พระนางพญา
ก่อนที่จะพูดถึงพระนางพญา ขอพูดถึงวัดนางพญาเสียก่อน ซึ่งวัดนางพญานี้เป็นวัดเก่าแก่
สมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งชื่อของ พระนางพญานี้ สันนิฐฐานว่าน่าจะมาจากสถานที่ที่ค้นพบ
นั่นก็คือ วัดนางพญา เหตุการณ์บ้านเมืองในขณะนั้นอยู่ในระหว่างศึกสงคราม จึงมีการสร้างพระเครื่องมอบให้เป็นขวัญกำลังใจแก่ทหารที่ออกรบ
ลักษณะพระนางพญา
ดูด้านข้างทั้งสามด้านจะต้องมีรอยตอกตัดองค์พระแยกออกจากกัน ด้านหลังบางองค์จะมีลายนิ้วมือ
ของครูบาอาจาจารย์ปรากฏอยู่ แต่บางองค์ก็ไม่มีลายนิ้วมือ แต่ก็สังเกตเม็ดผดปรากฏนูนขึ้นมา
ให้สัมผัสได้
สีขององค์พระนางพญา มีดังนี้ คือ
๑. สีดำ ๒. สีขมิ้นชัน ๓. สีอิฐ ๔. สีแดง ๕. สีเขียว ๖. สีดอกพิกุลแห้ง ๗. ดอกจำปี
๘. สีเขียวครกหิน ๙. สีตับเป็ด๑๐. สีเขียวมะกอกดิบ ๑๑. สีหัวไพลแห้ง
พระนางพญา เป็นพระเนื้อดินผสมว่านและเกสรดอกไม้ และส่วนผสมของแร่กรวดทราย
กดเป็นองค์พระเสร็จแล้ว จึงนำไปเผา เนื้อพระส่วนใหญ่จะมีเนื้อผสมว่านไม่มากนัก
หรืออาจจะไม่มีเลย เนื้อพระจึงดูค่อนข้างหยาบและแข็งมาก พระนางพญา เป็นพระพุทธปฏิมา
แบบนูนต่ำในรูปทรงสามเหลี่ยม ประทับนั่งปางมารวิชัย ไม่มีอาสนะ
ลักษณะทรวดทรงอ่อนหวาน สง่างาม
พระนางพญา ที่สร้างขึ้นมี 6 พิมพ์ คือพิมพ์เข่าตรง พิมพ์เข่าโค้ง พิมพ์เทวดา พิมพ์สังฆาฏิ
พิมพ์อกนูนใหญ่ พิมพ์อกนูนเล็ก แต่บางตำราก็ว่ามีพิมพ์ที่ 7
คาถาบูชาพระนางพญา
พุทธังอาราธานานัง ธัมมังอาราธานานัง สังฆังอาราธานานัง
พุทธานุสติ ธัมมานุสติ สังฆานุสติ
อานุภาเวนะ มะอะอิอุ จิเจรุนิ มะนะพะทะ นะโมพุทธายะ
อย่างไรก็ตาม คาถาบูชาพระเนางพญา หรือคาถาอื่นๆ จะไม่ศักดิ์สิทธิ์เลย ถ้าผู้ที่มีไว้ครอบครอง ประพฤติปฏิบัติตัวไปในทางที่ไม่ดี พระครื่องมีไว้สำหรับยืดเหนี่ยวจิตใจเท่านั้น
สิ่งสำคัญที่สุด อยู่ที่จิตใจของเรา ถ้าเราคิดดี ทำดีแล้ว ก็ไม่มีสิ่งใดมาทำร้ายเราได้
ตรงกันข้าม ต่อให้เราห้อยพระดี พระดัง ราคาเป็นแสน เป็นล้าน
ถ้าเป็นคนไม่ดีแล้ว พระดี พระดังแค่ไหน ก็ไม่สามารถช่วยคุณได้
0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น